เถ้าแก่คาเฟ่ ↗
FRANCHISEX COMMUNITYคน + AI ร่วมคิด ต่อยอดธุรกิจ

คนที่ใช่ • ความรู้ที่ใช่ • โอกาสที่ใช่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

อยากรู้อะไร / ติชมเว็บไซต์ ↗
ข้ามไปเนื้อหา

FRANCHISEX LEARNING · EMOTION / REASON / ETHICS

Leadership By FranchiseX

การพัฒนาผู้นำยุค AI

เข้าใจคน คิดด้วยเหตุผล
และใช้ AI ด้วยความรับผิดชอบ

FranchiseX Community By TDWI · ผู้ริเริ่มหลักสูตร บรรเจิด ยอดศิริ
เผยแพร่และปรับปรุงเนื้อหา · เวลาประเทศไทย

Leadership By FranchiseX — ผู้นำและ AI สื่อถึงความเข้าใจอารมณ์ เหตุผล และจริยธรรม
ภาพแนวคิดสร้างด้วย AI สำหรับหลักสูตร · กดดูภาพปกขนาดเต็ม
8สัปดาห์
72ชั่วโมงฝึก
8บทเรียน
21แหล่งอ้างอิง

โปรแกรมผู้เรียน 90 วัน: เรียน 8 สัปดาห์รวม 72 ชั่วโมง แล้วติดตามการนำไปใช้ภายในวันที่ 90 นับจากวันเริ่มเรียน การสมัครและสัมภาษณ์ยังไม่ผูกพันให้ชำระค่าเรียน

LEADING WITH PEOPLE + AI

ผู้นำพัฒนาได้ด้วยการฝึก

เรียนรู้ → ลงมือทำ → รับข้อเสนอแนะ → ทบทวน → ฝึกซ้ำ
เลือกงานจริงหนึ่งเรื่อง แล้วค่อย ๆ พัฒนาพฤติกรรมที่สังเกตและตรวจสอบได้

01 / EMOTION

เข้าใจความรู้สึก

ฝึกฟังและทวนความเข้าใจ ออกแบบให้ AI ช่วยร่างคำตอบที่ใส่ใจบริบท โดยตรวจความเหมาะสมกับคนจริงก่อนใช้

02 / REASON

ใช้เหตุผลและหลักฐาน

แยกข้อเท็จจริง ข้อสันนิษฐาน และข้อเสนอ ตรวจแหล่งข้อมูล พร้อมอธิบายเหตุผลที่เลือกหรือไม่เลือกคำแนะนำของ AI

03 / ETHICS

รับผิดชอบต่อคน

พิจารณาความเป็นธรรม ขอบเขตข้อมูล และผู้ได้รับผลกระทบ กำหนดผู้ตรวจ ผู้อนุมัติ และวิธีรับข้อทักท้วงให้ชัดเจน

คำนำ วิธีใช้ตำรา และวิธีอ่านหลักฐาน

คำนำ

การสร้างผู้นำต้องอาศัยเวลาและการฝึกอย่างต่อเนื่อง ตำราเล่มนี้เสนอให้พัฒนาพฤติกรรมที่สังเกตได้ ผ่านการลงมือทำ รับข้อเสนอแนะ และนำสิ่งที่เรียนกลับไปใช้กับงานจริง งานอภิมานด้านการฝึกผู้นำของ Lacerenza และคณะ (2017) เป็นฐานสำคัญในการออกแบบวิธีเรียนรู้ดังกล่าว [R7]

เนื้อหาครอบคลุมการนำตนเอง บทบาทผู้จัดการ ความไว้วางใจ การสื่อสาร การพัฒนาทีม การตัดสินใจ การนำเครือข่าย และการเปลี่ยนแปลงองค์กร เชื่อมทฤษฎีเหล่านี้กับงานวิจัยการทำงานร่วมกับ AI และแนวทางกำกับการใช้อย่างรับผิดชอบ ผู้เรียนจะฝึกตั้งโจทย์ ตรวจข้อมูล ประสานคน และรับผิดชอบผลของการตัดสินใจ

ตำรานี้ใช้บทความต้นทาง งานวิจัยเชิงประจักษ์ งานทบทวนและอภิมาน รวมถึงกรอบจากหน่วยงานเจ้าของเอกสารเป็นฐานอ้างอิง แต่ละบทอธิบายสาระที่เกี่ยวข้องแล้วเสนอการประยุกต์เป็นกิจกรรมฝึก ตัวอย่างสถานการณ์ ข้อมูลคำนวณ ใบงาน คำสั่ง AI และเกณฑ์คะแนนเป็นส่วนที่ออกแบบสำหรับหลักสูตรนี้

หลักสูตร 8 สัปดาห์ 72 ชั่วโมงเป็นข้อเสนอสำหรับนำไปทดลองจัดการเรียนรู้ ยังไม่มีงานวิจัยที่อ้างในเล่มทดสอบหลักสูตร FranchiseX ชุดนี้โดยตรง ผู้จัดจึงต้องประเมินทั้งการเรียนรู้ พฤติกรรมเมื่อกลับไปทำงาน และผลที่เกิดในบริบทจริงก่อนสรุปประสิทธิผลของหลักสูตร

วิธีใช้ตำรา

ผู้เรียนอ่านบทที่ตรงกับแต่ละสัปดาห์ เตรียมปัญหาจากงานของตน และทำใบงานที่กำหนด ตั้งแต่สัปดาห์แรกให้เลือกงานหนึ่งเรื่อง เก็บข้อมูลฐาน ทดลองปรับวิธีทำในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต แล้วนำผลกลับมาอภิปราย ผู้สอนปรับกรณีให้ตรงกับผู้ประกอบการ ผู้จัดการสาขา ผู้ประสานเครือข่าย หรือผู้นำชุมชน

ทุกครั้งที่ใช้ AI ให้บันทึกว่างานใดให้ AI ช่วย ข้อมูลมาจากไหน ตรวจอะไรแล้ว และใครรับผิดชอบผล ผู้ที่ยังไม่มีเครื่องมือสามารถฝึกกับเพื่อนหรือใช้คำตอบตัวอย่าง โดยยังต้องคิดและตรวจงานด้วยตนเอง

วิธีอ่านหลักฐานและการอ้างอิง

รหัส R1 ถึง R21 เชื่อมกับบรรณานุกรมท้ายเล่ม ผู้เรียนควรเปิด DOI หรือเอกสารของผู้เผยแพร่เพื่อตรวจบริบท วิธีศึกษา และข้อจำกัด งานเชิงทฤษฎีใช้ช่วยอธิบายและตั้งคำถาม งานเชิงประจักษ์รายงานสิ่งที่พบในกลุ่มที่ศึกษา ส่วนกรอบ NIST และ UNESCO เป็นแนวทางกำกับ ไม่ใช่ผลทดลองประสิทธิภาพของเครื่องมือ

การนำหลักฐานมาใช้ต้องพิจารณาความใกล้เคียงของงาน คน และสภาพแวดล้อม เช่น ผลในงานบริการลูกค้าไม่ใช่ค่าคาดการณ์สำหรับทุกองค์กร ตารางเชื่อมทฤษฎีท้ายเล่มช่วยให้ผู้สอนตรวจว่ากิจกรรมใดนำแนวคิดใดมาใช้ และจะเก็บหลักฐานการเรียนรู้อย่างไร

THE LEARNING JOURNEY

8 บท จากการนำตนเองสู่การพัฒนาคน

ทุกบทมีเนื้อหาเต็ม ภาพประจำบท ใบงาน และ Prompt สำหรับฝึก
เรียนและเวิร์กช็อป 6 ชั่วโมง + ฝึกงานจริง 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ภาพประจำบททั้งหมดสร้างด้วย AI เพื่อสื่อแนวคิดการเรียนรู้

8 WEEKS / 72 HOURS

แผนหลักสูตรและผลลัพธ์การเรียนรู้

สำหรับผู้ประกอบการ ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบทีม ผู้ประสานเครือข่าย และผู้นำชุมชน เรียนและเวิร์กช็อป 48 ชั่วโมง พร้อมฝึกงานจริง 24 ชั่วโมง

อ่านโครงสร้างเวลา ชิ้นงาน และแผนรายสัปดาห์

ข้อมูลหลักสูตร

ชื่อหลักสูตรคือ การพัฒนาผู้นำยุค AI โดย FranchiseX Community By TDWI ออกแบบสำหรับผู้ประกอบการ ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบทีม ผู้ประสานเครือข่าย และผู้นำกิจกรรมชุมชน ใช้กลุ่มเรียนประมาณ 15 ถึง 25 คน แบ่งกลุ่มฝึกกลุ่มละ 4 ถึง 5 คน

ผู้เข้าเรียนควรมีงานหรือกิจกรรมให้ทดลองจริง ใช้เอกสารดิจิทัลพื้นฐานได้ และยินดีรับข้อเสนอแนะ ผู้จัดเตรียมอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเครื่องมือ AI ที่ผ่านการพิจารณาของตน พร้อมข้อมูลสมมติสำหรับผู้ที่ไม่สามารถนำข้อมูลงานจริงมาใช้ได้

เรียนสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมงสุทธิ 8 สัปดาห์ รวม 48 ชั่วโมง และฝึกงานจริงสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง รวม 24 ชั่วโมง เวลาพักแยกจากชั่วโมงเรียน การฝึกกับ AI เป็นส่วนหนึ่งของชั่วโมงเวิร์กช็อปและงานภาคปฏิบัติ ไม่คิดซ้ำเพิ่มอีก

ฐานการออกแบบการเรียนรู้

หลักสูตรประยุกต์หลักฐานการฝึกผู้นำและการถ่ายโอนการฝึก ด้วยคำอธิบาย ตัวอย่าง การฝึกสถานการณ์ ข้อเสนอแนะ และงานจริงระหว่างสัปดาห์ [R7, R20] ชั่วโมงเรียนเป็นข้อเสนอของผู้จัดสำหรับนำไปทดลองใช้

ผลลัพธ์การเรียนรู้

รหัสสิ่งที่ผู้เรียนต้องทำได้หลักฐานหลัก
LO1วางแผนและฝึกพฤติกรรมผู้นำของตนW1 และบันทึกก่อนหลัง
LO2ประสานผู้เกี่ยวข้องและติดตามข้อตกลงW2 และการยืนยันจากคู่ร่วมงาน
LO3สื่อสารข้อเสนอและยืนยันงานให้ชัดW3 และสถานการณ์ฝึก
LO4มอบหมายงานและจัดการความเห็นต่างW4 และความเห็นของสมาชิก
LO5เขียนคำสั่ง AI และตรวจคำตอบกับแหล่งข้อมูลW5 และหลักฐานการแก้ไข
LO6ตัดสินใจจากหลักฐานและกำหนดผู้รับผิดชอบ AIW6 และการตอบคำถาม
LO7สร้างขั้นตอนงานร่วมและถ่ายทอดให้ผู้อื่นW7 และผลทดลองทำตาม
LO8นำโครงงานปรับปรุงพร้อมติดตามผลW8 โครงงาน และแผน 90 วัน

โครงสร้างเวลาและชิ้นงาน

สัปดาห์หัวข้อในชั้นงานจริงชิ้นงาน
1การนำตนเอง6 ชม3 ชมW1 และโจทย์โครงงาน
2ความสัมพันธ์และบทบาท6 ชม3 ชมW2 และข้อตกลงติดตาม
3การสื่อสาร6 ชม3 ชมW3 และข้อความที่ปรับแล้ว
4การนำทีม6 ชม3 ชมW4 และข้อเสนอแนะกลางหลักสูตร
5AI และการตรวจข้อมูล6 ชม3 ชมW5 และบันทึกตรวจคำตอบ
6การตัดสินใจและกำกับ6 ชม3 ชมW6 และแผนทดลอง
7เครือข่ายและระบบงาน6 ชม3 ชมW7 และผลทดลองให้คนอื่นทำ
8การเปลี่ยนแปลงและโครงงาน6 ชม3 ชมW8 และโครงงานฉบับส่ง
รวม8 สัปดาห์48 ชม24 ชม72 ชั่วโมง

แบบจัดเวลาเรียนในแต่ละสัปดาห์

ช่วงนาทีสุทธิกิจกรรม
ทบทวน30ตรวจหลักฐานการฝึกที่ผ่านมาและกำหนดโจทย์วันนั้น
เรียนแนวคิด60อธิบายทฤษฎี อภิปรายหลักฐานวิจัย และตรวจความเข้าใจ
เวิร์กช็อป90ทำใบงาน ทดลองใช้ AI หรือวิเคราะห์ข้อมูล
ฝึกสถานการณ์90สลับบทบาท ประสานงาน และรับข้อเสนอแนะ
เชื่อมกับงานจริง60ปรับชิ้นงานและวางการทดลองภายในสัปดาห์
ทบทวนรายบุคคล30อธิบายสิ่งที่เรียนและตกลงหลักฐานที่จะส่ง
รวม3606 ชั่วโมงสุทธิ ไม่รวมพัก

สัปดาห์ที่ 1 การนำตนเอง

เริ่มด้วยสถานการณ์สั้นให้ผู้เรียนสั่งงานและอธิบายเหตุผล เก็บเป็นหลักฐานฐานเดิม จากนั้นอภิปรายคุณสมบัติ 6 ประการและแปลงเป็นพฤติกรรม ผู้เรียนจับคู่ฟังเหตุการณ์จริง เลือกจุดฝึก และกำหนดเป้าหมายโครงงานที่ทำได้ภายในหลักสูตร

เวิร์กช็อปใช้บันทึกเหตุการณ์สมมติฝึกตั้งคำถามกับ AI แล้วให้ผู้เรียนระบุสิ่งที่ต้องกลับไปตรวจ งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นเก็บข้อมูลฐาน 60 นาที ทดลองพฤติกรรม 90 นาที และบันทึกผลพร้อมรับข้อเสนอแนะ 30 นาที ส่ง W1 ที่ระบุพฤติกรรม เหตุการณ์ และผู้ให้ข้อมูลได้ครบ

สัปดาห์ที่ 2 ความสัมพันธ์และบทบาท

ทบทวนว่าพฤติกรรมสัปดาห์แรกส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร แล้วเรียนกรอบ Mintzberg และความไว้วางใจ ผู้เรียนทำแผนที่ผู้เกี่ยวข้อง ฝึกเจรจากับคนที่มีเป้าหมายต่างกัน และใช้กรณีองค์กรสมมติเพื่อตกลงบทบาทกับการติดตามงาน [R2, R10]

เวิร์กช็อปให้ AI ช่วยร่างคำถามเตรียมพบคู่ร่วมงานจากข้อมูลสมมติ ผู้เรียนตรวจและเลือกคำถามเอง งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นเตรียมและติดต่อ 60 นาที สนทนาหรือประสานงาน 90 นาที และสรุปยืนยัน 30 นาที ส่ง W2 พร้อมข้อตกลงหรือหลักฐานว่ายังมีประเด็นใดรอคำตอบ

สัปดาห์ที่ 3 การสื่อสาร

ผู้เรียนฝึกฟัง ทวน และนำเสนอข้อเสนอ 3 นาที เปรียบเทียบข้อความที่คลุมเครือกับข้อความที่ทำงานต่อได้ แล้วฝึกประชุมเพื่อสรุปงานและผู้รับผิดชอบ ผู้สอนประเมินจากสถานการณ์พร้อมให้คำแนะนำทันที

เวิร์กช็อปใช้ AI ร่างข้อความและตรวจความคลาดเคลื่อนจากบันทึกต้นทาง งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นปรับข้อเสนอ 60 นาที สื่อสารหรือประชุม 90 นาที และรับผลตอบกลับ 30 นาที ส่ง W3 พร้อมข้อความก่อนหลังและผลที่ผู้รับเข้าใจ

สัปดาห์ที่ 4 การนำทีม

ให้ทีมสังเกตพฤติกรรมการทำงานของตนผ่านกรอบ Tuckman จากนั้นทำข้อตกลงบทบาทและฝึกสถานการณ์ที่มีทรัพยากรเปลี่ยนกลางทาง ผู้เรียนสลับผู้ดำเนินการและฝึกให้ข้อเสนอแนะจากเหตุการณ์ ผู้สอนแจ้งผลกลางหลักสูตรและจุดฝึกเฉพาะคน

งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นตกลงทีม 60 นาที ทดลองมอบหมายและแก้ปัญหา 90 นาที และรับข้อเสนอแนะ 30 นาที ส่ง W4 ที่แสดงผู้รับผิดชอบ ผู้ยืนยันงาน และสิ่งที่แก้หลังพบความเห็นต่าง

สัปดาห์ที่ 5 AI และการตรวจข้อมูล

ผู้สอนสาธิตงานที่ให้ AI ช่วยและข้อผิดพลาดจากตัวอย่าง ผู้เรียนเขียนคำสั่ง ทดลอง ปรับ และตรวจข้ออ้างกับเอกสารต้นทาง กลุ่มเพื่อนผลัดกันตรวจคำตอบโดยต้องบอกแหล่งที่ใช้ยืนยัน

งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นเตรียมข้อมูลที่อนุญาต 60 นาที ทดลองและตรวจคำตอบ 90 นาที และบันทึกการแก้ไข 30 นาที ส่ง W5 พร้อมจุดตรวจอย่างน้อย 5 จุด คำสั่งสองรุ่น และผลที่ผู้เรียนตรวจแล้ว

สัปดาห์ที่ 6 การตัดสินใจและกำกับ

ทีมใช้ปัญหาโครงงานสร้างทางเลือกอย่างน้อย 3 ทาง กำหนดเกณฑ์ก่อนให้คะแนน และวิเคราะห์ว่าข้อมูลใดยังขาด ฝึกตอบคำถามจากผู้ได้รับผลกระทบ แล้วกำหนดเกณฑ์คุณภาพ ผู้รับผิดชอบ และเงื่อนไขหยุดทดลอง

งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นหาหลักฐาน 60 นาที ประเมินทางเลือกและหารือผู้รับผิดชอบ 90 นาที และสรุปแผนทดลอง 30 นาที ส่ง W6 ที่เชื่อมคะแนนกับหลักฐานและระบุการอนุมัติตามขอบเขตงานจริง

สัปดาห์ที่ 7 เครือข่ายและระบบงาน

ผู้เรียนเขียนขั้นตอนงานและร่างแผนร่วม 30 วัน ฝึกตรวจความเป็นธรรมด้านผลประโยชน์ ขั้นตอน การปฏิบัติต่อกัน และข้อมูล ให้เพื่อนอีกกลุ่มทดลองทำตามคู่มือ พร้อมบันทึกข้อสงสัยที่พบ

งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นเตรียมคู่มือ 60 นาที ให้ผู้ร่วมงานทดลอง 90 นาที และแก้ไขพร้อมยืนยัน 30 นาที ส่ง W7 ที่มีผลทดลองใช้จริงหรือผลทดลองกับผู้ใช้ตัวอย่าง และระบุเงื่อนไขที่ต้องตรวจเพิ่มก่อนขยาย

สัปดาห์ที่ 8 การเปลี่ยนแปลงและโครงงาน

ปรับการจัดเวลาเป็นทบทวน 30 นาที สรุปแนวคิด 30 นาที ตรวจแฟ้มหลักฐาน 60 นาที นำเสนอโครงงานเป็นกลุ่ม 150 นาที รับข้อเสนอแนะและปรับแผน 60 นาที และสะท้อนรายบุคคล 30 นาที รวม 360 นาที หากมี 25 คน แบ่งการนำเสนอเป็น 5 ทีมและถามรายบุคคลระหว่างตรวจแฟ้ม

งานจริง 3 ชั่วโมงแบ่งเป็นตรวจและปิดข้อมูลรอบทดลอง 60 นาที ปรับผลงานและถ่ายทอด 90 นาที และยืนยันแผนติดตาม 30 นาที ส่ง W8 และแฟ้มโครงงาน ผู้เรียนอธิบายส่วนที่ตนรับผิดชอบ พร้อมแยกผลที่เกิดแล้วออกจากเป้าหมายในอนาคต

การเตรียมของผู้สอน

ก่อนเปิดรุ่น ให้ผู้สอนทดลองโจทย์ AI ตรวจคำตอบต้นแบบ เตรียมกรณีที่มีข้อมูลไม่ครบ และทบทวนเงื่อนไขเครื่องมือ เตรียมตัวอย่างงานระดับต่างกันสำหรับเทียบเกณฑ์ พร้อมชี้แจงผู้เรียนว่าข้อมูลสมมติและข้อมูลจริงต้องระบุให้ชัด

ระหว่างสอน ใช้ข้อเสนอแนะสั้นที่บอกเหตุการณ์และการปรับครั้งต่อไป ตรวจแฟ้มทุกสัปดาห์ และให้ผู้เรียนที่พลาดกิจกรรมทำสถานการณ์ทดแทนตามเกณฑ์เดียวกัน หลังจบรุ่น รวบรวมปัญหาการใช้ใบงาน เวลา และการประเมิน เพื่อนำไปปรับหลักสูตรรุ่นต่อไป

PRACTICE / EVIDENCE / REFLECTION

ประเมินจากสิ่งที่ลงมือทำ

25%ใบงานและการฝึก
20%สถานการณ์ปฏิบัติ
40%โครงงานปรับปรุงงาน
15%การสะท้อนผล

เกณฑ์ผ่านที่เสนอสำหรับรุ่นทดลอง: อย่างน้อย 70/100 คะแนน เข้าร่วมอย่างน้อย 40/48 ชั่วโมง ส่งหลักฐานฝึกงานจริงครบ 24 ชั่วโมง และผ่านการตรวจการใช้ข้อมูลกับความรับผิดชอบในโครงงาน ผู้สอนรับผิดชอบการประเมินขั้นสุดท้าย

เกณฑ์คะแนน โครงงาน และการติดตามผล

หลักฐานและน้ำหนักคะแนน

องค์ประกอบคะแนนวิธีประเมิน
ใบงานและการฝึก W1 ถึง W825ตรวจความครบ เหตุผล หลักฐาน และการแก้ไขตามข้อเสนอแนะ
สถานการณ์ปฏิบัติ20สื่อสาร 10 คะแนน และนำทีมแก้ความเห็นต่าง 10 คะแนน
โครงงานปรับปรุงงาน40ใช้เกณฑ์ 5 ด้านตามตารางโครงงาน
การสะท้อนผลรายบุคคล15อธิบายพัฒนาการ 10 คะแนน และแผนฝึกต่อ 5 คะแนน
รวม100ผู้สอนรับผิดชอบผลประเมินขั้นสุดท้าย

ก่อนเรียนเก็บการสั่งงาน การอธิบายเหตุผล และการตรวจข้อความตัวอย่างเป็นฐานเปรียบเทียบ ไม่คิดคะแนนสอบเข้า ระหว่างเรียนใช้หลักฐานจากผู้เรียน เพื่อน และผู้ร่วมงานประกอบกัน โดยผู้สอนตรวจคุณภาพและบริบทของหลักฐาน

เกณฑ์ผ่านที่เสนอสำหรับรุ่นทดลองคือ คะแนนรวมอย่างน้อย 70 จาก 100 เข้าร่วมเรียนอย่างน้อย 40 จาก 48 ชั่วโมง ส่งหลักฐานฝึกงานจริงรวม 24 ชั่วโมง และผ่านการตรวจการใช้ข้อมูลกับความรับผิดชอบในโครงงาน หากมีข้อบกพร่องสำคัญ ให้แก้ไขและประเมินซ้ำก่อนสรุปผล

การตรวจคุณภาพการประเมิน

ผู้จัดควรให้ผู้เชี่ยวชาญภาวะผู้นำ การจัดการเรียนรู้ และการใช้ AI ตรวจความสอดคล้องของผลลัพธ์ กิจกรรม และเกณฑ์ก่อนทดลองรุ่นแรก จากนั้นเก็บตัวอย่างงานเพื่อเทียบการให้คะแนนระหว่างผู้สอน บันทึกข้อที่ตีความต่าง และแก้ถ้อยคำเกณฑ์ให้ชัด

ควรติดตามหลักฐานการใช้ทักษะในงานด้วยตามแนวคิดการถ่ายโอนการฝึก [R20] คะแนน ความพึงพอใจ และการเปลี่ยนแปลงก่อนหลังใช้ตอบคนละคำถาม ต้องรายงานผู้เข้าร่วม ข้อมูลที่ขาด เงื่อนไขงาน และข้อจำกัดของการเปรียบเทียบ เกณฑ์และใบงานในเล่มยังเป็นต้นแบบที่ต้องตรวจคุณภาพจากการทดลองใช้จริง

วิธีให้คะแนนใบงานและสถานการณ์

แต่ละใบงานประเมิน 4 ด้าน คือ ความครบและชัดของงาน เหตุผลที่ใช้ หลักฐานการลงมือ และการปรับจากข้อเสนอแนะ ด้านละ 0 ถึง 4 รวมสูงสุด 16 คะแนนต่อใบงาน คะแนนส่วนนี้เท่ากับคะแนนดิบรวมของ 8 ใบงานหารด้วย 128 แล้วคูณ 25

สถานการณ์สื่อสารประเมินการฟังและทวน ความชัดของข้อเสนอ หลักฐาน ความเหมาะสมกับผู้รับ และการยืนยันงาน ด้านละ 0 ถึง 4 รวม 20 แล้วหารด้วย 2 เป็นคะแนนเต็ม 10 สถานการณ์นำทีมใช้เกณฑ์การเปิดให้มีส่วนร่วม ความชัดของบทบาท การจัดการประเด็นขัดแย้ง เหตุผลตัดสินใจ และการติดตาม ใช้การคำนวณเดียวกัน

การสะท้อนผล 10 คะแนนมาจากหลักฐานก่อนหลัง 4 คะแนน การอธิบายปัจจัยอื่นและข้อจำกัด 3 คะแนน และบทเรียนต่อพฤติกรรมตนเอง 3 คะแนน แผนฝึกต่อ 5 คะแนนมาจากพฤติกรรมเป้าหมาย 2 คะแนน วิธีวัด 2 คะแนน และผู้ติดตามกับวันทบทวน 1 คะแนน

ระดับคุณภาพที่ใช้ร่วมกัน

ระดับความหมายสำหรับงานปฏิบัติ
0ไม่มีหลักฐานให้ประเมิน หรือยังอธิบายสิ่งที่ทำไม่ได้
1ทำบางส่วนได้เมื่อมีผู้ช่วย และยังมีข้อผิดพลาดสำคัญ
2ทำงานทั่วไปได้ มีหลักฐานและระบุจุดที่ต้องขอความช่วยเหลือ
3ทำได้สม่ำเสมอ อธิบายเหตุผล ตรวจข้อผิดพลาด และปรับจากข้อเสนอแนะ
4ประยุกต์กับเงื่อนไขใหม่ได้ พร้อมถ่ายทอดและให้ผู้อื่นตรวจสอบ

ก่อนให้คะแนน ผู้สอนใช้ตัวอย่างงานร่วมกันเพื่อเทียบความเข้าใจเกณฑ์ เมื่อผู้ประเมินเห็นต่าง ให้กลับไปดูหลักฐานและระบุเหตุผล ผู้เรียนขอทบทวนผลได้โดยแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เกณฑ์นี้เป็นเครื่องมือประเมินของหลักสูตรที่ควรปรับจากผลทดลองใช้

ข้อกำหนดโครงงาน

เลือกปัญหาขนาดพอเหมาะหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับงานหรือเครือข่าย มีผู้รับผิดชอบพื้นที่ทดลอง และเก็บหลักฐานฐานเดิมได้ เป้าหมายต้องรวมการนำคนกับการใช้ AI อย่างมีการตรวจ เช่น ปรับกระบวนการประชุม สร้างคลังคำตอบที่ยืนยันแล้ว หรือปรับการติดตามงานร่วม

แฟ้มโครงงานควรมีคำอธิบายปัญหา ข้อมูลฐาน แผนผู้เกี่ยวข้อง ทางเลือกและเหตุผล กระบวนการที่ใช้ AI หลักฐานตรวจคำตอบ ผลทดลอง ข้อจำกัด และแผนติดตาม ผู้เรียนระบุส่วนที่ตนทำในงานกลุ่ม และแนบตัวอย่างก่อนหลังที่อนุญาตให้เปิดเผย

ด้านประเมินโครงงานน้ำหนักหลักฐานสำคัญ
ปัญหาและข้อมูลฐาน10ปัญหาชัด มีแหล่งข้อมูลและฐานเปรียบเทียบ
การนำคนและประสานงาน10บทบาท ข้อตกลง การรับฟัง และการปรับจากผู้ร่วมงาน
การใช้และตรวจ AI10ขอบเขตข้อมูล คำสั่ง ผลตรวจ และผู้รับผิดชอบ
ผลการทดลอง5ตัวชี้วัดเทียบฐาน รวมภาระตรวจและข้อผิดพลาด
การถ่ายทอดและติดตาม5ผู้รับช่วง คู่มือ และแผน 90 วัน
รวม40ให้ระดับ 0 ถึง 4 ในแต่ละด้าน

คะแนนแต่ละด้านเท่ากับน้ำหนักคูณระดับคุณภาพแล้วหารด้วย 4 โครงงานที่ยังมีข้อบกพร่องเรื่องสิทธิใช้ข้อมูล การแต่งหลักฐาน หรือการนำผลที่ยังไม่ตรวจไปใช้ในงานสำคัญ ต้องแก้ไขก่อนสรุปว่าผ่าน แม้คะแนนด้านอื่นถึงเกณฑ์แล้ว

ตัวเลือกโครงงานตามบริบท

ผู้ประกอบการหรือผู้จัดการสาขาอาจปรับการส่งต่อคำถามลูกค้า โดยวัดเวลารวมและความถูกต้องของคำตอบ เครือข่ายธุรกิจอาจปรับการรับและติดตามคำขอความร่วมมือ โดยวัดความครบของข้อมูลและการปิดงานตามข้อตกลง ผู้นำชุมชนอาจปรับการประชุมและมอบหมายกิจกรรม โดยวัดความชัดของงานและผลตอบกลับจากผู้รับประโยชน์

ในบริบทโรงงานน้ำดื่ม สามารถฝึกจัดหมวดบันทึกงานหรือคำถามที่ผ่านผู้รับผิดชอบแล้ว โดยใช้ข้อมูลตัวอย่าง การเปลี่ยนค่าควบคุมกระบวนการหรือการตัดสินคุณภาพผลิตภัณฑ์ต้องอยู่ภายใต้ผู้เชี่ยวชาญและระบบอนุมัติของโรงงาน ผู้เรียนเลือกขอบเขตโครงงานให้เหมาะกับอำนาจและความพร้อมของตน

ตัวชี้วัดสำหรับการฝึก

ตัวชี้วัดวิธีนับข้อที่ต้องระบุ
เวลารวมต่องานเตรียม ทำ ตรวจ และแก้ไข รวมเป็นนาทีขนาดงานและจำนวนตัวอย่าง
งานผ่านเกณฑ์จำนวนงานผ่านหารด้วยจำนวนงานที่ตรวจเกณฑ์ข้อผิดพลาดสำคัญ
งานเสร็จตามข้อตกลงจำนวนงานตรงนัดหารด้วยงานที่ครบกำหนดการเปลี่ยนนัดและเหตุผล
ความเข้าใจของผู้รับงานตรวจด้วยการทวนและการทำตามคำสั่งคำถามและผู้ตรวจ
การถ่ายทอดผู้รับช่วงทำตามได้พร้อมหลักฐานขอบเขตงานและความช่วยเหลือที่ใช้

ผลก่อนหลังในโครงงานช่วยประเมินการทดลองของผู้เรียน ต้องบันทึกปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ผลเปลี่ยน เช่น ปริมาณงาน ความยาก หรือคนที่ร่วมทำ ผู้เรียนหลีกเลี่ยงการสรุปว่า AI เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวเมื่อข้อมูลยังไม่รองรับ

ตารางเชื่อมทฤษฎี กิจกรรม และหลักฐานการเรียนรู้

ตารางนี้แสดงฐานแนวคิดและส่วนประยุกต์ที่ออกแบบสำหรับหลักสูตร การเลือกทฤษฎีหลายด้านใช้ช่วยอธิบายโจทย์ผู้นำคนละระดับ ไม่ได้เป็นการรวมให้เป็นแบบจำลองเชิงสาเหตุที่ผ่านการทดสอบแล้ว

บทฐานทฤษฎีและงานวิจัยกิจกรรมที่ออกแบบหลักฐานการเรียนรู้
1คุณลักษณะ การนำตนเอง การฝึกมีเป้าหมาย และ Goal Setting [R1, R8, R9, R14]เลือกพฤติกรรม ฝึกซ้ำ และรับข้อเสนอแนะW1 และพฤติกรรมก่อนหลัง
2บทบาทผู้จัดการและความไว้วางใจ [R2, R10]แยกบทบาทและตกลงการติดตามW2 และการยืนยันข้อตกลง
3Media Richness และ Feedback Intervention [R12, R13]เลือกช่องทางและปรับข้อความW3 และความเข้าใจผู้รับ
4พัฒนาการกลุ่มและ Psychological Safety [R3, R11]ทำข้อตกลงทีมและฝึกความเห็นต่างW4 และบันทึกพฤติกรรมทีม
5ผลการใช้ AI และความเสี่ยง [R4, R16, R17]ทดลองคำสั่งและตรวจคำตอบW5 พร้อมข้อผิดพลาดที่พบ
6Bounded Rationality และการกำกับ AI [R5, R6, R15]เปรียบเทียบทางเลือกและกำหนดจุดตรวจW6 และเหตุผลการตัดสินใจ
7Network Governance และ Organizational Justice [R18, R19]ออกแบบงานร่วมและถ่ายทอดขั้นตอนW7 และผลทดลองทำตาม
8Readiness for Change และ Transfer of Training [R20, R21]ทดลองปรับงานและวางแผนติดตามW8 โครงงาน และผล 90 วัน

ใช้หลักฐานแต่ละประเภทให้ตรงคำถาม

งาน R1 R2 R3 R8 R9 R10 R12 R14 R15 R19 R20 และ R21 ช่วยอธิบายแนวคิด บทบาท กระบวนการ หรือเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา แต่ละงานมีวิธีและขอบเขตของตน ไม่ควรใช้จำนวนครั้งที่ถูกอ้างเป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวในการเลือกทฤษฎี

งาน R11 R16 และ R18 มีข้อมูลเชิงประจักษ์ในบริบทที่ระบุ ส่วน R7 R13 และ R17 สังเคราะห์หลายการศึกษา ผู้สอนควรให้ผู้เรียนตรวจหน่วยวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่าง ตัวชี้วัด และข้อจำกัดก่อนนำข้อค้นพบไปเทียบกับงานตน

เอกสาร R4 R5 และ R6 ให้กรอบกำกับและคำถามเรื่องความรับผิดชอบ ไม่ได้รับรองหลักสูตรหรือยืนยันว่าผลลัพธ์จากระบบ AI ใดถูกต้องโดยอัตโนมัติ การใช้กับโครงงานต้องมีข้อมูลทดสอบและเจ้าของงานที่ตรวจผล

ตรวจหลักฐานก่อนสอนและปรับรุ่นถัดไป

ก่อนเปิดสอน ให้ตรวจ DOI กับรายการบรรณานุกรม เปิดอ่านส่วนที่ใช้จริง และบันทึกฉบับเอกสาร AI ที่เลือกใช้ ถ้าข้อมูลวิจัยเป็นความสัมพันธ์ ให้ใช้ภาษาความสัมพันธ์ หากเป็นผลจากกรณีเฉพาะให้ระบุบริบท และเมื่อเสนอวิธีฝึกใหม่ให้บอกว่าเป็นการประยุกต์ของหลักสูตร

หลังจบรุ่น เก็บปัญหาที่ผู้เรียนพบ คุณภาพชิ้นงาน และข้อมูลติดตาม เพื่อตัดสินใจว่าบทใดต้องเพิ่มตัวอย่าง ลดความซับซ้อน หรือปรับจุดตรวจ การแก้หลักสูตรควรมีบันทึกเหตุผลและหลักฐานที่ใช้ร่วมกับความเห็นผู้สอน

YOUR PRACTICE TOOLKIT

ตำรา ใบงาน และ Prompt

ดาวน์โหลดตำราเนื้อหาเต็ม 45 หน้า รวม 8 บท ใบงาน W1–W8 ตัวอย่างคำสั่ง P1–P8 เกณฑ์ประเมิน และแหล่งอ้างอิง

ใบงานและ Prompt ของแต่ละบทอ่านและคัดลอกได้ในหน้าบทเรียนนั้น

เอกสารฉบับปรับปรุงฐานงานวิจัย 24 ตุลาคม 2569 · วันเปิดรุ่น รูปแบบการจัด และค่าเรียนยังไม่ได้กำหนด

สอบถามการจัดหลักสูตรกับ FranchiseX ↗

RESEARCH & THEORY

แหล่งอ้างอิง 21 รายการ

รหัส R1–R21 ในเนื้อหาเชื่อมมารายการนี้ ทฤษฎีใช้เป็นกรอบคิด งานเชิงประจักษ์ใช้ประกอบการพิจารณาตามบริบท ส่วน NIST และ UNESCO เป็นแนวทางกำกับ การฝึก ใบงาน และเกณฑ์คะแนนเป็นข้อเสนอในการออกแบบหลักสูตรของ FranchiseX

  1. R1 คุณลักษณะผู้นำ

    Kirkpatrick, S. A., & Locke, E. A. (1991). Leadership: Do traits matter? Academy of Management Executive, 5(2), 48-60.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  2. R2 บทบาทผู้จัดการ

    Mintzberg, H. (1971). Managerial work: Analysis from observation. Management Science, 18(2), B97-B110.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  3. R3 พัฒนาการของกลุ่ม

    Tuckman, B. W. (1965). Developmental sequence in small groups. Psychological Bulletin, 63(6), 384-399.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  4. R4 ความเสี่ยงของ Generative AI

    Autio, C., Schwartz, R., Dunietz, J., Jain, S., Stanley, M., Tabassi, E., Hall, P., & Roberts, K. (2024). Artificial intelligence risk management framework: Generative artificial intelligence profile. NIST AI 600-1. National Institute of Standards and Technology.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  5. R5 จริยธรรม AI

    UNESCO. (2021). Recommendation on the ethics of artificial intelligence. รับรองวันที่ 23 พฤศจิกายน 2021.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  6. R6 กรอบบริหารความเสี่ยง AI

    National Institute of Standards and Technology. (2023). Artificial intelligence risk management framework AI RMF 1.0. NIST AI 100-1.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  7. R7 การฝึกผู้นำ

    Lacerenza, C. N., Reyes, D. L., Marlow, S. L., Joseph, D. L., & Salas, E. (2017). Leadership training design, delivery, and implementation: A meta-analysis. Journal of Applied Psychology, 102(12), 1686-1718.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  8. R8 การฝึกเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญ

    Ericsson, K. A., Krampe, R. T., & Tesch-Römer, C. (1993). The role of deliberate practice in the acquisition of expert performance. Psychological Review, 100(3), 363-406.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  9. R9 การนำตนเอง

    Manz, C. C. (1986). Self-leadership: Toward an expanded theory of self-influence processes in organizations. Academy of Management Review, 11(3), 585-600.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  10. R10 ความไว้วางใจ

    Mayer, R. C., Davis, J. H., & Schoorman, F. D. (1995). An integrative model of organizational trust. Academy of Management Review, 20(3), 709-734.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  11. R11 ความปลอดภัยทางจิตใจของทีม

    Edmondson, A. (1999). Psychological safety and learning behavior in work teams. Administrative Science Quarterly, 44(2), 350-383.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  12. R12 การสื่อสารและความสมบูรณ์ของสื่อ

    Daft, R. L., & Lengel, R. H. (1986). Organizational information requirements, media richness and structural design. Management Science, 32(5), 554-571.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  13. R13 ข้อมูลย้อนกลับต่อผลการปฏิบัติงาน

    Kluger, A. N., & DeNisi, A. (1996). The effects of feedback interventions on performance: A historical review, a meta-analysis, and a preliminary feedback intervention theory. Psychological Bulletin, 119(2), 254-284.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  14. R14 การตั้งเป้าหมาย

    Locke, E. A., & Latham, G. P. (2002). Building a practically useful theory of goal setting and task motivation: A 35-year odyssey. American Psychologist, 57(9), 705-717.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  15. R15 การตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด

    Simon, H. A. (1955). A behavioral model of rational choice. The Quarterly Journal of Economics, 69(1), 99-118.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  16. R16 AI ในการทำงานจริง

    Brynjolfsson, E., Li, D., & Raymond, L. (2025). Generative AI at work. The Quarterly Journal of Economics, 140(2), 889-942.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  17. R17 การทำงานร่วมกันของคนกับ AI

    Vaccaro, M., Almaatouq, A., & Malone, T. (2024). When combinations of humans and AI are useful: A systematic review and meta-analysis. Nature Human Behaviour, 8, 2293-2303.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  18. R18 ความเป็นธรรมในองค์กร

    Colquitt, J. A. (2001). On the dimensionality of organizational justice: A construct validation of a measure. Journal of Applied Psychology, 86(3), 386-400.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  19. R19 การกำกับเครือข่าย

    Provan, K. G., & Kenis, P. (2008). Modes of network governance: Structure, management, and effectiveness. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(2), 229-252.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  20. R20 การถ่ายโอนการฝึกสู่การทำงาน

    Baldwin, T. T., & Ford, J. K. (1988). Transfer of training: A review and directions for future research. Personnel Psychology, 41(1), 63-105.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗
  21. R21 ความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง

    Weiner, B. J. (2009). A theory of organizational readiness for change. Implementation Science, 4, Article 67.

    เปิดเอกสารต้นทาง ↗

    ตรวจแหล่งอ้างอิงออนไลน์วันที่ 24 ตุลาคม 2569 กรอบและเครื่องมือ AI อาจมีการปรับปรุง ผู้สอนควรตรวจฉบับที่จะใช้ก่อนเปิดเรียนแต่ละรุ่น การอ้างเอกสารสากลเป็นฐานวิชาการของการออกแบบ ไม่ใช่การรับรองหลักสูตรจากผู้เขียนหรือหน่วยงานเจ้าของกรอบ

CONNECT • LEARN • GROW • SUSTAIN

การสร้างผู้นำต้องอาศัยเวลาและการฝึกอย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้นการฝึกบทที่ 1 →

หมวด AI และเทคโนโลยี · ตุลาคม 2569 · #Leadership #FranchiseX #AILeadership #EthicalAI