เป้าหมายของบทเรียน
เมื่อจบบทนี้ ผู้เรียนสามารถเลือกพฤติกรรมผู้นำที่ต้องพัฒนา กำหนดวิธีฝึกกับงานจริง และแสดงหลักฐานการเปลี่ยนแปลง โดยใช้แนวคิดคุณลักษณะผู้นำ การนำตนเอง และการฝึกที่มีเป้าหมายเป็นฐาน [R1, R8, R9]
หลักทฤษฎีและงานวิจัย
Manz (1986) เสนอ Self Leadership เป็นมุมมองการใช้อิทธิพลต่อตนเองเพื่อกำกับการทำงานและแรงจูงใจ ในการเรียนบทนี้จึงเริ่มที่สิ่งซึ่งผู้เรียนลงมือปรับได้ ได้แก่ วิธีเตรียมงาน การสังเกตพฤติกรรมตน และการติดตามเป้าหมาย แทนการรอให้ตำแหน่งเปลี่ยนก่อนจึงเริ่มนำ [R9]
Ericsson, Krampe และ Tesch-Römer (1993) อธิบาย Deliberate Practice ว่าเป็นการฝึกที่มุ่งปรับปรุงสมรรถนะเฉพาะด้าน มีงานที่ท้าทายเหมาะสม และได้รับข้อมูลย้อนกลับ หลักสูตรนี้นำหลักการไปออกแบบการฝึกพฤติกรรมผู้นำทีละเรื่อง การประยุกต์ดังกล่าวต้องตรวจผลในบริบทผู้นำเอง เพราะงานต้นทางศึกษาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ได้กำหนดชั่วโมงตายตัวสำหรับการสร้างผู้นำ [R8]
Lacerenza และคณะ (2017) วิเคราะห์ 335 กลุ่มตัวอย่างอิสระ พบว่าการฝึกผู้นำมีผลเชิงบวกโดยเฉลี่ย และลักษณะการออกแบบสัมพันธ์กับผลที่ต่างกัน เช่น การวิเคราะห์ความต้องการ การฝึกปฏิบัติ ข้อเสนอแนะ และการกระจายช่วงเรียน จึงใช้เป็นเหตุผลให้ผู้เรียนกลับไปทดลองระหว่างสัปดาห์ โดยยังต้องประเมินผลของรุ่นที่จัดจริง [R7]
คุณสมบัติที่ต้องแปลงเป็นพฤติกรรม
Kirkpatrick และ Locke (1991) อภิปรายคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ ความมุ่งมั่น แรงจูงใจในการนำ ความซื่อสัตย์และยึดหลักการ ความมั่นใจ ความสามารถทางการคิด และความรู้ธุรกิจ การใช้เป็นหัวข้อฝึกต้องแปลงให้เป็นพฤติกรรมที่ผู้ร่วมงานสังเกตได้ เช่น ติดตามงานตามนัด รายงานข้อผิดพลาด และอธิบายเหตุผลพร้อมรับข้อมูลใหม่ [R1]
บทความดังกล่าวชี้ว่าคุณลักษณะเพียงอย่างเดียวไม่รับประกันความสำเร็จ หลักสูตรจึงใช้เป็นหัวข้อพัฒนาและสะท้อนผล โดยพิจารณาทักษะ พฤติกรรม และสถานการณ์ร่วมด้วย ตารางต่อไปเป็นการแปลงแนวคิดเพื่อใช้ฝึก ไม่ใช่แบบทดสอบบุคลิกภาพหรือความสามารถทางสติปัญญา [R1]
ความเฉลียวฉลาดในบริบทการเรียนนี้หมายถึงการจับประเด็น เชื่อมเหตุและผล รู้ข้อจำกัดของข้อมูล และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้สอนประเมินวิธีคิดที่อธิบายได้ ส่วนความรอบรู้ในธุรกิจต้องเชื่อมกับลูกค้า ผู้ปฏิบัติงาน ทรัพยากร และผลกระทบของงานที่รับผิดชอบ
| คุณลักษณะ | พฤติกรรมสำหรับฝึก | หลักฐานที่เก็บ |
|---|---|---|
| ความมุ่งมั่น | รับงานพร้อมกำหนดวันส่งและติดตามตามนัด | บันทึกงานและเหตุผลเมื่อปรับแผน |
| แรงจูงใจในการนำ | ช่วยให้ทีมทำงานสำเร็จและพัฒนาคน | ข้อตกลงและความคิดเห็นของทีม |
| ความซื่อสัตย์ | แจ้งข้อผิดพลาดและแก้ไขข้อมูล | ประวัติการแก้ไขและการแจ้งผู้เกี่ยวข้อง |
| ความเฉลียวฉลาด | แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน | บันทึกเหตุผลและคำถามที่ต้องหาคำตอบ |
| ความมั่นใจ | ตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่และรับฟังข้อทักท้วง | เหตุผลก่อนตัดสินใจและการทบทวนภายหลัง |
| ความรอบรู้ในธุรกิจ | อธิบายงานและผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง | แผนผังกระบวนการและปัญหาที่ตรวจพบ |
ตั้งเป้าหมายที่ตรวจความก้าวหน้าได้
ทฤษฎี Goal Setting ที่ Locke และ Latham (2002) สังเคราะห์จากงานวิจัยเน้นความชัดเจนและความท้าทายของเป้าหมาย โดยต้องพิจารณาความสามารถ ความผูกพันต่อเป้าหมาย ข้อมูลย้อนกลับ และความซับซ้อนของงาน ผู้เรียนจึงควรตกลงทั้งพฤติกรรมที่จะฝึกและวิธีรู้ว่าทำได้ดีขึ้น [R14]
ตัวอย่างเป้าหมายที่ออกแบบสำหรับการฝึกคือ ในการประชุมสองครั้งถัดไป จะสรุปงาน ผู้รับผิดชอบ และกำหนดส่งให้สมาชิกยืนยันครบทุกเรื่อง เป้าหมายนี้มีขอบเขตและจุดตรวจที่ชัดกว่าการบอกว่าจะเป็นผู้นำให้ดีขึ้น ผู้เรียนปรับความยากตามงานและทรัพยากรที่มี
วงจรฝึกจากเหตุการณ์จริง
เริ่มจากเหตุการณ์หนึ่งเรื่อง เช่น ประชุมแล้วไม่มีคนรับงาน เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นโดยยังไม่ตีความว่าใครผิด จากนั้นเลือกพฤติกรรมที่จะทดลอง เช่น สรุปงานพร้อมผู้รับผิดชอบและวันส่งให้ทุกคนยืนยัน ผู้เรียนทดลองใช้ในประชุมครั้งต่อไป แล้วถามผู้ร่วมงานว่าข้อตกลงชัดขึ้นหรือไม่
วงจรที่ใช้ในหลักสูตรคือ เรียนรู้ ลงมือทำ รับข้อเสนอแนะ ทบทวน และฝึกซ้ำ ผู้เรียนกำหนดจุดฝึกครั้งละหนึ่งหรือสองเรื่องเพื่อให้ติดตามได้ เมื่อทำได้สม่ำเสมอจึงเพิ่มความซับซ้อน เช่น จากการติดตามงานของตนเองไปสู่การประสานงานข้ามทีม
การทบทวนที่มีประโยชน์ต้องตอบว่า เราคาดหวังอะไร เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงต่างกัน และครั้งต่อไปจะเปลี่ยนพฤติกรรมใด ใช้คำตอบเหล่านี้วางแผนฝึกครั้งใหม่ พร้อมเก็บความเห็นของผู้ที่ได้รับผลจากพฤติกรรมนั้น
ใช้ AI ช่วยตั้งคำถามทบทวน
ผู้เรียนเขียนบันทึกเหตุการณ์โดยเปลี่ยนชื่อคนและลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ แล้วให้ AI ช่วยเสนอคำถามมองเหตุการณ์จากหลายฝ่าย ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการมองว่างานช้าเพราะทีมไม่รับผิดชอบ แต่ผู้ปฏิบัติงานอาจยังไม่รู้ว่าใครอนุมัติขั้นสุดท้าย ผู้เรียนต้องกลับไปตรวจสอบกับคนจริงก่อนสรุปสาเหตุ
คำตอบจาก AI ใช้เป็นคำถามและทางเลือก ผู้เรียนบันทึกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอใด เพราะอะไร และจะตรวจด้วยหลักฐานอะไร การฝึกเช่นนี้ช่วยให้การใช้ AI เชื่อมกับการรับผิดชอบงานของตนเอง
กิจกรรมฝึกและหลักฐานส่ง
จับคู่ผู้เรียน ให้แต่ละคนเล่าเหตุการณ์ที่อยากพัฒนา 3 นาที ผู้ฟังทวนความเข้าใจแล้วถามต่ออีก 3 นาที จากนั้นผู้เล่าระบุพฤติกรรมที่จะทดลองภายใน 7 วัน คู่ฝึกตกลงวิธีสังเกตและเวลาส่งข้อเสนอแนะ ใช้ใบงาน W1 บันทึกแผนและผล
งานส่งประกอบด้วยพฤติกรรมเป้าหมาย เหตุการณ์ก่อนฝึกอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ ผลหลังทดลอง และข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมงาน ผู้สอนตรวจว่าพฤติกรรมสังเกตได้จริงและผู้เรียนเชื่อมผลกับเหตุการณ์ได้ โดยเปิดรับเหตุอื่นที่อาจมีส่วนต่อผลลัพธ์
คำถามท้ายบทคือ พฤติกรรมใดของเราทำให้ผู้อื่นทำงานได้ยากขึ้น เรารู้จากหลักฐานใด และการทดลองครั้งถัดไปจะช่วยตรวจข้อสันนิษฐานของเราอย่างไร
PRACTICE / W1
W1 แผนฝึกพฤติกรรมผู้นำ
แบบฝึกต้นแบบสำหรับนำไปใช้กับข้อมูลที่มีสิทธิ์ใช้งาน หรือข้อมูลสมมติ
ชื่อผู้เรียน ____________________ งานหรือบทบาท ____________________
พฤติกรรมที่ต้องการฝึก ____________________ เหตุผลที่เลือก ____________________
เหตุการณ์ก่อนฝึกและหลักฐาน ____________________________________________________
จะทดลองทำอะไร ภายในวันใด และกับใคร ____________________________________________
ผู้ให้ข้อเสนอแนะ ____________________ วิธีสังเกตผล ____________________
ผลหลังทดลอง ____________________ สิ่งที่ไม่เป็นไปตามคาด ____________________
สิ่งที่จะปรับในการฝึกครั้งต่อไป ____________________________________________________
AI PRACTICE / P1
P1 ทบทวนพฤติกรรมของตนเอง
ช่วยตั้งคำถามทบทวนเหตุการณ์ทำงานต่อไปนี้ โดยแยกเหตุการณ์ที่สังเกตได้ออกจากการตีความ เสนอคำถามจากมุมผู้ร่วมงานและผู้รับผลกระทบ อย่าวินิจฉัยบุคลิกหรือสรุปเจตนาของใคร ระบุข้อมูลที่ยังต้องถามเพิ่ม จบด้วยตัวเลือกพฤติกรรมที่ทดลองได้ภายใน 7 วัน เหตุการณ์สมมติคือ [ใส่เหตุการณ์ที่ลบข้อมูลระบุตัวบุคคลแล้ว]
เติมบริบทที่จำเป็น ใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาต และตรวจคำตอบด้วยตนเองก่อนนำไปใช้
หลักทฤษฎีและงานวิจัยของบทนี้
- R1 คุณลักษณะผู้นำ ↗
Kirkpatrick, S. A., & Locke, E. A. (1991). Leadership: Do traits matter? Academy of Management Executive, 5(2), 48-60.
- R7 การฝึกผู้นำ ↗
Lacerenza, C. N., Reyes, D. L., Marlow, S. L., Joseph, D. L., & Salas, E. (2017). Leadership training design, delivery, and implementation: A meta-analysis. Journal of Applied Psychology, 102(12), 1686-1718.
- R8 การฝึกเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญ ↗
Ericsson, K. A., Krampe, R. T., & Tesch-Römer, C. (1993). The role of deliberate practice in the acquisition of expert performance. Psychological Review, 100(3), 363-406.
- R9 การนำตนเอง ↗
Manz, C. C. (1986). Self-leadership: Toward an expanded theory of self-influence processes in organizations. Academy of Management Review, 11(3), 585-600.
- R14 การตั้งเป้าหมาย ↗
Locke, E. A., & Latham, G. P. (2002). Building a practically useful theory of goal setting and task motivation: A 35-year odyssey. American Psychologist, 57(9), 705-717.
