เถ้าแก่คาเฟ่ ↗
FRANCHISEX COMMUNITYคน + AI ร่วมคิด ต่อยอดธุรกิจ

คนที่ใช่ • ความรู้ที่ใช่ • โอกาสที่ใช่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

อยากรู้อะไร / ติชมเว็บไซต์ ↗
ข้ามไปเนื้อหา
Leadership By FranchiseX/บทที่ 2

CHAPTER 02 / TRUST & RELATIONSHIPS

ความสัมพันธ์และบทบาทของผู้นำ

เข้าใจบทบาท สร้างความไว้วางใจ และประสานผู้เกี่ยวข้องด้วยข้อตกลงที่ติดตามได้

สัปดาห์ที่ 2 · เรียนและเวิร์กช็อป 6 ชั่วโมง + ฝึกงานจริง 3 ชั่วโมง
FranchiseX Community By TDWI · เผยแพร่และปรับปรุง · เวลาประเทศไทย

ผู้นำรับฟังเพื่อนร่วมงานกับ AI เพื่อสร้างความไว้วางใจ
ภาพประจำบทสร้างด้วย AI เพื่อสื่อแนวคิดการเรียนรู้ · Leadership By FranchiseX

เป้าหมายของบทเรียน

ผู้เรียนสามารถสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ประสานงานตามข้อตกลง และแยกบทบาทที่กำลังทำอยู่ โดยใช้กรอบบทบาทผู้จัดการของ Mintzberg (1971) และแบบจำลองความไว้วางใจของ Mayer, Davis และ Schoorman (1995) เป็นฐาน [R2, R10]

บทบาทด้านความสัมพันธ์ของผู้จัดการ

Figurehead คือบทบาทตัวแทนตามตำแหน่ง เช่น ต้อนรับ กล่าวเปิดงาน หรือเข้าร่วมพิธีในนามองค์กร เมื่อนำไปใช้ฝึก ผู้เรียนต้องตรวจข้อมูลและขอบเขตคำมั่นที่ให้ เพราะคำพูดของผู้แทนอาจถูกผู้ร่วมงานเข้าใจว่าเป็นจุดยืนขององค์กร [R2]

Leader คือการชี้ทิศทาง จูงใจ ส่งเสริม และพัฒนาผู้ร่วมงาน งานสำคัญคือทำให้คนเข้าใจเป้าหมาย รู้ว่าตนรับผิดชอบอะไร และได้รับการสนับสนุนที่เหมาะกับงาน ตัวอย่างเช่น เมื่อมอบหมายให้คนใหม่ดูแลกิจกรรม ผู้นำต้องตกลงขอบเขตการตัดสินใจและนัดติดตามให้ชัด

Liaison คือผู้เชื่อมความสัมพันธ์และประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผู้ประสานงานที่ดีทำให้ข้อมูลเดินทางถึงคนที่ควรรับรู้ พร้อมติดตามผลหลังการพบปะ เช่น ส่งสรุปสิ่งที่ตกลง ยืนยันเจ้าของงาน และกำหนดวันหารือครั้งต่อไป

มองบทบาทให้ครบก่อนใช้เครื่องมือ

Mintzberg (1971) ใช้การสังเกตงานผู้จัดการเพื่ออธิบายบทบาท 10 เรื่องใน 3 กลุ่ม คือความสัมพันธ์ ข้อมูล และการตัดสินใจ กรอบนี้ช่วยให้มองงานผู้จัดการตามสิ่งที่ทำจริง และแยกความรับผิดชอบก่อนเลือกเครื่องมือช่วยงาน ไม่ใช่รายการรับรองว่าผู้ทำครบทุกบทบาทจะสำเร็จในทุกบริบท [R2]

ด้านบทบาทตัวอย่างงานที่ใช้ฝึก
ความสัมพันธ์Figurehead Leader Liaisonเป็นตัวแทน พัฒนาคน และเชื่อมเครือข่าย
ข้อมูลMonitor Disseminator Spokespersonตรวจข้อมูล กระจายข้อมูลที่จำเป็น และสื่อสารแทนองค์กร
การตัดสินใจEntrepreneur Disturbance handler Resource allocator Negotiatorทดลองปรับปรุง แก้เหตุขัดข้อง จัดสรรทรัพยากร และเจรจา

ก่อนให้ AI ช่วยงาน ควรถามว่าขณะนี้เรารับผิดชอบบทบาทใด เช่น AI อาจช่วยร่างข้อมูลเตรียมเจรจา แต่ผู้เจรจาต้องตรวจเงื่อนไขและขอบเขตอำนาจของตน หรือ AI อาจช่วยสรุปการประชุม แต่เจ้าของงานต้องตรวจว่ามีมติจริงตามที่ร่างไว้หรือไม่

ทฤษฎีความไว้วางใจในองค์กร

Mayer, Davis และ Schoorman (1995) แยกความไว้วางใจออกจากคุณลักษณะที่ทำให้อีกฝ่ายดูน่าไว้วางใจ โดยอธิบายปัจจัย Ability ความสามารถในเรื่องนั้น Benevolence ความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย และ Integrity การยึดหลักการที่อีกฝ่ายยอมรับ ความไว้วางใจเกี่ยวข้องกับความยอมรับความเปราะบางภายใต้ความคาดหวังต่อผู้อื่น จึงต้องพิจารณาความเสี่ยงและบริบทด้วย [R10]

เมื่อนำมาใช้ในหลักสูตร ผู้ประสานงานฝึกแสดงความสามารถผ่านข้อมูลที่ถูกต้อง แสดงความใส่ใจโดยฟังผลกระทบต่อคู่ร่วมงาน และรักษาหลักการด้วยการแจ้งเงื่อนไขตรงไปตรงมา AI ช่วยเตรียมข้อความได้ แต่ความน่าไว้วางใจต้องพิจารณาจากการทำงานของผู้รับผิดชอบจริง

สร้างความไว้วางใจผ่านการทำงาน

ความสัมพันธ์ที่นำไปสู่งานร่วมกันเริ่มจากการเข้าใจเป้าหมายและข้อจำกัดของแต่ละฝ่าย ผู้เรียนใช้คำถามว่าอีกฝ่ายต้องการผลลัพธ์อะไร กังวลเรื่องใด และตัดสินใจได้ในขอบเขตใด จากนั้นตกลงงานเล็กที่ทั้งสองฝ่ายทำได้และติดตามตามนัด

เมื่อเกิดความคลาดเคลื่อน ให้แจ้งข้อเท็จจริง ผลกระทบ และแผนแก้ไขโดยเร็ว ถ้างานที่ตกลงเกินอำนาจของผู้ประสานงาน ต้องนำกลับไปให้ผู้มีอำนาจพิจารณา การรักษาคำพูดจึงรวมถึงการระบุเงื่อนไขให้ครบก่อนให้คำมั่น

กรณีฝึกความร่วมมือระหว่างองค์กร

สถานการณ์สมมติคือองค์กรธุรกิจและองค์กรชุมชนตกลงจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะร่วมกัน แต่ยังไม่มีเจ้าของงานและงบประมาณที่ยืนยัน ผู้เรียนแยกหน้าที่ตัวแทน ผู้ประสาน ผู้ให้ข้อมูล และผู้มีอำนาจตัดสินใจ แล้วตรวจว่ามีข้อมูลใดที่ต้องขอเพิ่มเติมก่อนให้คำมั่น

คำถามสำหรับฝึกคือ ใครต้องติดต่อใคร โครงการแรกจะทำอะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าความร่วมมือเกิดประโยชน์ ให้จัดทำแผน 30 วัน ระบุเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ ทรัพยากร และวิธียืนยันความเข้าใจร่วม กรณีนี้เป็นแบบฝึกประยุกต์กรอบบทบาทและความไว้วางใจ ไม่ใช่รายงานผลการศึกษาภาคสนาม

กิจกรรมฝึกและหลักฐานส่ง

กลุ่มละ 4 คนรับบทตัวแทนองค์กร ผู้ประสานงาน ผู้สนับสนุน และผู้ได้รับประโยชน์ แต่ละฝ่ายมีข้อจำกัดต่างกัน ให้เวลาเจรจา 20 นาทีแล้วเขียนข้อตกลงหนึ่งหน้า เปลี่ยนบทบาทและทดลองอีกครั้ง เพื่อให้เห็นความต้องการของฝ่ายอื่น

ส่งแผนที่ผู้เกี่ยวข้องและบันทึกติดตามหนึ่งเรื่องด้วยใบงาน W2 ผู้สอนตรวจว่ามีเป้าหมายร่วม ผู้มีอำนาจยืนยัน และนัดหมายถัดไป พร้อมขอให้ผู้เรียนอธิบายว่าข้อมูลใดตรวจแล้วและข้อมูลใดยังต้องถามคู่ร่วมงาน

PRACTICE / W2

W2 แผนที่ผู้เกี่ยวข้องและบันทึกติดตาม

แบบฝึกต้นแบบสำหรับนำไปใช้กับข้อมูลที่มีสิทธิ์ใช้งาน หรือข้อมูลสมมติ

โจทย์งานร่วม ____________________ ผลลัพธ์ที่ต้องการ ____________________

ผู้เกี่ยวข้องหรือบทบาทสิ่งที่ต้องการและข้อจำกัดเรื่องที่ต้องยืนยันวันติดตาม
________________________________________________________________
________________________________________________________________
________________________________________________________________

สิ่งที่ตกลงแล้ว ____________________ หลักฐานการยืนยัน ____________________

เรื่องที่ยังรอคำตอบ ____________________ ผู้มีอำนาจพิจารณา ____________________

งานถัดไป ____________________ ผู้รับผิดชอบ ____________________ กำหนดส่ง __________

ดาวน์โหลด Word เพื่อกรอกใบงาน ↓

AI PRACTICE / P2

P2 เตรียมประสานผู้เกี่ยวข้อง

จากโจทย์งานร่วม [ระบุโจทย์] และข้อมูลที่ยืนยันแล้ว [ใส่ข้อมูล] ช่วยร่างคำถามเพื่อทำความเข้าใจเป้าหมาย ข้อจำกัด ทรัพยากร และอำนาจตัดสินใจของแต่ละฝ่าย แยกข้อเท็จจริงจากข้อสันนิษฐาน อย่าเติมชื่อหรือคำมั่นที่ไม่ได้ให้ไว้ เสนอรูปแบบบันทึกงานและวันติดตาม

เติมบริบทที่จำเป็น ใช้ข้อมูลที่ได้รับอนุญาต และตรวจคำตอบด้วยตนเองก่อนนำไปใช้

หลักทฤษฎีและงานวิจัยของบทนี้

ดูแหล่งอ้างอิงครบ 21 รายการ →