เถ้าแก่คาเฟ่ ↗
FRANCHISEX COMMUNITYคน + AI ร่วมคิด ต่อยอดธุรกิจ

คนที่ใช่ • ความรู้ที่ใช่ • โอกาสที่ใช่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

อยากรู้อะไร / ติชมเว็บไซต์ ↗
ข้ามไปเนื้อหา

FRANCHISEX COMMUNITY · AI และเทคโนโลยี

1 หมื่นชั่วโมงกับ AI คุ้มไหม?

Online → Offline → Online
จากงานที่ใช้จริง สู่ประสบการณ์ที่แบ่งปันได้

โดย พี่อ๊อด บรรเจิด ยอดศิริ · FranchiseX

เผยแพร่ 26 ตุลาคม 2569 · เวลาไทย (Asia/Bangkok)

ผนังบูท FranchiseX ที่พิมพ์และติดตั้งจริง พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นที่แสดงงาน
ภาพงานจริงที่พี่อ๊อดส่งมา: จากแบบบนจอสู่พื้นที่ใช้งานจริง

ถ้าเอาเวลาที่คุยกับ AI มารวมกัน เราได้อะไรกลับมาบ้าง?

ผมใช้คำว่า “1 หมื่นชั่วโมง” เป็นคำถามชวนคิดนะครับ ผมไม่ได้บันทึกชั่วโมงใช้งานทุกครั้ง จึงไม่อยากเอาตัวเลขนี้มาอ้างว่าใช้ครบแล้ว

แต่จากประสบการณ์ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี2566 มาถึงวันนี้กว่า3ปี ผมมีงานให้ย้อนดู มีภาพให้เปรียบเทียบ และมีของที่นำออกไปใช้งานจริง

สำหรับผม ความคุ้มค่าต้องมาดูตรงนี้

จากภาพบนจอ ไปเป็นงานที่คนเดินเข้ามาหาได้

ช่วงแรกเราอาจสนุกกับการถาม ให้ช่วยเขียน ให้ทำภาพ พอได้ภาพสวยก็รู้สึกว่าเก่งแล้ว แต่พอจะเอาไปใช้กับธุรกิจ รายละเอียดอีกมากตามมาทันที

ชื่อถูกไหม โลโก้ใช่หรือเปล่า ข้อความอ่านออกไหม แล้วภาพนี้บอกให้คนดูรู้หรือยังว่าเราทำอะไร?

พอจะเอาไปพิมพ์ก็มีอีกเรื่อง ขนาดจริงเท่าไร คนยืนแล้วบังข้อความไหม โต๊ะกับเก้าอี้อยู่ตรงไหน ไฟล์ที่ดูสวยบนจอจะใช้กับผนังบูทได้หรือไม่?

งานFranchiseXที่เราช่วยกันออกแบบ วันนี้มีภาพบูทจริงให้เห็น มีผนังพิมพ์ มีพื้นที่นั่งพูดคุย และมีคนอยู่ในพื้นที่นั้น ผมยังมีงานTDWIและLVL10:10ที่นำไปใช้งานจริงด้วย

ตรงนี้ทำให้ผมเห็นว่า ประสบการณ์ทำธุรกิจที่มีอยู่ สามารถเอามาทำงานร่วมกับAIได้ แต่คนยังต้องรู้ว่าอะไรถูก อะไรใช้ได้ และอะไรควรหยุดแก้ก่อน

Online → Offline → Online

นี่คือแนวทางที่ผมอยากเอามาสอน

เริ่มจากOnline เอาโจทย์จริงมาคุย วางข้อมูล ออกแบบข้อความ ภาพ และวิธีเล่าเรื่อง จากนั้นเอางานออกไปใช้Offline ให้เห็นกับสถานที่จริง คนจริง และข้อจำกัดจริง

แล้วกลับมาOnlineอีกครั้ง นำภาพเหตุการณ์มาเล่าเป็นบทความ เป็นกรณีศึกษา เป็นข้อมูลที่ช่วยให้คนเข้าใจงานของเรามากขึ้น พร้อมเก็บผลว่าอะไรควรทำต่อ อะไรต้องปรับ

ถ้าเราหยุดแค่ภาพสวย เราจะมีภาพเพิ่ม แต่ถ้าเก็บวิธีคิดและสิ่งที่แก้ไว้ เราจะมีประสบการณ์สำหรับงานครั้งต่อไปด้วย

ภาพที่เคยไม่ถูกใจจึงมีประโยชน์

ผมมีทั้งภาพที่บอกว่า “ยังไม่สวย” ภาพที่ต้องเอารูปจริงมาประกอบ ภาพที่ต้องแก้ข้อความ และภาพที่ต้องลดสิ่งที่เยอะเกินไป

งานเก่าเหล่านี้เอามาสอนได้ เพราะเราเห็นว่าโจทย์แรกยังไม่ชัดตรงไหน ทำไมต้องแก้ และพอแก้แล้วต้องตรวจอะไรอีก

โดยเฉพาะงานที่มีบุคคลจริง เราต้องใช้ภาพให้ตรงกับคนและเหตุการณ์ ถ้าต้นฉบับตัดคนขอบภาพ ก็ต้องหารูปจริงที่กว้างกว่า ไม่ใช่เติมคนขึ้นมาแล้วใช้เป็นหลักฐานของงาน

เรื่องแบบนี้สอนจากภาพสุดท้ายใบเดียวไม่ได้ ต้องเห็นระหว่างทางด้วย

เอาประสบการณ์มาจัดเป็น7 STEP AI TO BUSINESS

ผมอยากให้คนที่เรียนเริ่มจากงานของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น

1. เลือกโจทย์ธุรกิจ รู้ก่อนว่าเราจะช่วยใคร แก้ปัญหาอะไร และอยากให้เขาทำอะไรต่อ งานที่ได้คือใบโจทย์ที่ชัด ไม่ใช่คำสั่งกว้าง ๆ ว่า “ทำให้สวย”

2. ตั้งเป้าหมายและตัววัด ตกลงกันก่อนว่างานแบบไหนถือว่าใช้ได้ จะตรวจความถูกต้อง ความเข้าใจ เวลา หรือผลการติดต่ออย่างไร ถ้ายังไม่มีข้อมูลก็เว้นไว้เก็บจริง

3. เตรียมข้อมูลให้พร้อม เอาโลโก้ ภาพจริง ข้อความ วันเวลา และข้อมูลสินค้าให้ถูกชุดก่อนส่งให้AIช่วย ข้อมูลต้นทางผิด ภาพที่ออกมาก็มีโอกาสผิดตาม

4. เลือกเครื่องมือและออกแบบงาน เขียนPromptให้ตรงงาน แบ่งให้ชัดว่าAIช่วยส่วนไหน คนตรวจส่วนไหน และส่วนไหนควรใช้ไฟล์ต้นฉบับแทนการสร้างใหม่

5. ทดลองกับงานขนาดเล็ก ทำหนึ่งชิ้น หนึ่งขนาด หรือทดลองกับผู้ดูจริงก่อน เก็บความเห็นแล้วแก้ อย่ารีบขยายงานเพราะเราชอบภาพอยู่คนเดียว

6. ตรวจคุณภาพและความเสี่ยง ดูทั้งข้อความ ภาพบุคคล โลโก้ ลิงก์ และการใช้งานจริง งานออนไลน์กับงานพิมพ์มีสิ่งที่ต้องตรวจต่างกัน คนรับผิดชอบต้องเห็นงานก่อนปล่อย

7. วัดผลและขยายใช้งาน เอาผลที่มีจริงมาสรุป ถ้าดีก็เก็บเป็นแม่แบบ ถ้ายังมีปัญหาก็ปรับ ถ้ายังไม่ได้วัดก็ยอมรับว่ายังไม่รู้ ไม่ต้องรีบใส่ตัวเลขให้ดูสำเร็จ

แต่ละSTEPสามารถทำเป็นบทเรียนสั้นที่จบด้วยชิ้นงานได้ แล้วนำมาเชื่อมเป็นโครงการเดียวกัน คนเรียนจึงเห็นว่าตัวเองทำอะไรได้เพิ่ม ไม่ได้แค่จำชื่อเครื่องมือ

สอนฟรีหรือเก็บค่าเรียน?

ผมมองว่าองค์ความรู้บางส่วนแบ่งปันให้เริ่มต้นได้ ส่วนการเรียนที่มีโจทย์เฉพาะ มีการฝึก มีคนตรวจและช่วยปรับงาน ก็ต้องออกแบบคุณค่าและขอบเขตให้ชัดก่อนคิดค่าเรียน

สิ่งที่อยากให้ผู้เรียนได้รับคือวิธีคิดและงานที่นำกลับไปใช้กับตัวเองได้ ไม่ใช่คำรับประกันว่าเรียนแล้วจะมีรายได้เท่าไร

ก่อนจะบอกว่าคุ้ม ผมเองก็ต้องถามว่า งานที่ได้ใช้จริงกี่ชิ้น ลดการแก้ซ้ำได้หรือยัง ข้อมูลถูกต้องขึ้นไหม และเราตัดสินใจได้ดีขึ้นตรงไหน ถ้าอยากพูดเรื่องประหยัดเวลาหรือผลทางธุรกิจ ก็ต้องเริ่มจดและวัดอย่างจริงจัง

1 หมื่นชั่วโมงกับ AI คุ้มไหม?

คำตอบของผมวันนี้คือ มีสิ่งที่นำมาใช้ได้จริง และมีประสบการณ์ที่นำไปถ่ายทอดต่อได้

ส่วนจะคุ้มแค่ไหนในตัวเงิน ต้องดูข้อมูลจริงของแต่ละงาน

เวลาที่ผ่านไปมีค่า เมื่อเราเก็บสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ให้ดีขึ้น และช่วยให้คนที่เริ่มทีหลังไม่ต้องลองผิดซ้ำทุกเรื่อง

คนกำหนดเป้าหมาย • AI ช่วยทำงาน • คนรับผิดชอบผลลัพธ์

พี่อ๊อด | FranchiseX

  • 7 STEP AI TO BUSINESS
  • FranchiseX
  • Online to Offline
  • ArtWork
  • ตุลาคม 2569